(10 พ.ค. ๖๒ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ) กระทรวงวัฒนธรรม
โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ
และแบรนด์ WISHARAWISH (วิชระวิชญ์) โดยมีนางสาวทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม
ประธานกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม เห็นถึงความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ในงานหัตถกรรมการทอผ้าของคนในชุมชน
ที่เป็นการอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างสรรค์
จึงได้ดำเนินงานโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2562
พร้อมจัดงานแถลงข่าวการแสดงผลงานเครื่องแต่งกายผ้าไทยต้นแบบ
ในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้และชุมชนทางวัฒนธรรมและเพิ่มศักยภาพ
การท่องเที่ยวผ่านมิติผ้าไทย
รวมไปถึงส่งเสริมศิลปินพื้น
บ้านและเครือข่ายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการทอผ้าไทย
ได้เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
บนรากฐานของวัฒนธรรมในชุมชนให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมเรื่องผ้าไทยมาสร้างคุณค่าทางจิตใจและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ
นอกจากการพัฒนาชุมชน/กลุ่มที่ทอผ้าให้เป็นต้นแบบในเรื่องการทอผ้าแล้วยังมุ่งเน้นที่จะสร้างสรรค์ผลักดันนักออกแบบและผลงานเครื่องแต่งกายที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่นทั้งในระดับ
ประเทศและต่างประเทศ
ภายในงานแถลงข่าวมีการสนทนาเกี่ยวกับผ้าไทยโดย นางสาวกิตติพร
ใจบุญ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข
ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH และนายเอกสิทธิ์ โกมลกิตติพงศ์
เจ้าของอิมปานิ ผ้าขาวม้า จังหวัดราชบุรี โดยมี คุณบัว ภัทรสุดา
อนุมานราชธน
เป็นพิธีกรดำเนินรายการ จากนั้นเป็นการแสดงแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชั่น “จากแดนไกล” ผ้าไทยร่วมสมัยล่าสุดของแบรนด์ “WISHARAWISH”
ออกแบบรังสรรค์ผลงานโดย วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข
ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์
ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ผ่านการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่พิถีพิถันในรายละเอียดของเทคนิค
หยิบยกเอาความงามและความละเมียดละไมของผืนผ้าไทยทอมือทั้งหลายเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งวัสดุหลักก็คือบรรดาผืนผ้าที่วิชระวิชญ์ได้เลือกใช้ถึง
7 ชนิด จากผู้ประกอบการท้องถิ่น 7 ท่าน จากมุมต่างๆ
ของประเทศไทยที่เขาได้เดินทางไปร่วมงาน และได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ
ร่วมกันออกมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดระยะเวลา
หลายปีที่ผ่านมาผ่านการสนับสนุนและความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนและพัฒนาผ้าไทย
โดยวิชระวิชญ์ กล่าวว่า ‘ผ้า’ เป็นของเรียบง่าย
แต่ในความเรียบง่าย มันมีความ COMPLEXITY แล้วก็ SIMPLICITY
เราอยากเอาของที่เป็นท้องถิ่น เข้ามาอยู่ในเมือง
ไปสู่ความเป็นสากลจริงๆ เน้นไปที่เรื่อง TEXTILE และ MATERIAL
ว่าทำยังไงจะให้เกิดมิติใหม่ๆ กับวงการผ้าไทย”
วิชระวิชญ์เดินทางไปยังชุมชนในท้องที่ห่างไกลต่างๆ
ของประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อทำความรู้จักและทำความเข้าใจต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย
จนนำไปสู่ทิศทางในการอนุรักษ์ พัฒนา
และต่อยอดภูมิปัญญางานฝีมือท้องถิ่นเหล่านี้ในมุมมองของเขา
ผ่านการกระตุ้นเร้าให้เกิดความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสังคมและกระแสทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน
ด้วยการใช้สี คู่สี การปรับเปลี่ยนลวดลาย และการออกแบบที่ร่วมสมัย
ทั้งนี้การดำเนินงานโครงการฯ
กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ร่วมมือกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาการบริหารและพัฒนาในเรื่องของผ้าไทยพื้นถิ่นที่สืบสานภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
รวมไปถึงการสรุปข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินผล
พิจารณาคัดเลือกและลงพื้นที่ชุมชน/กลุ่มที่ทอผ้า จำนวน 7 ชุมชน ใน 5 จังหวัดที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องการทอผ้า
การออกแบบลายผ้า เส้นใยผ้า ตลอดจนวัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้ทอผ้า
เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำไปสู่การต่อยอดที่เป็นประโยชน์
พัฒนาศักยภาพต่อยอดทางภูมิปัญญา ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่
- ผ้าขาวม้า อิมปานิ จังหวัดราชบุรี
- ผ้าฝ้ายทอมือ คอตตอน ฟาร์ม จังหวัดเชียงใหม่
- บาติก เดอ นารา จังหวัดปัตตานี
- ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ จุฑาทิพย์ จังหวัดขอนแก่น
- ไหมแต้มหมี่ สุภาณีไหมไทย จังหวัดขอนแก่น
- ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ
กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข จังหวัดขอนแก่น
- ผ้าไหมยีนส์ เรือนไหมใบหม่อน จังหวัดสุรินทร์







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น