วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2562

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมจัดงานแถลงข่าว การแสดงผลงานเครื่องแต่งกายผ้าไทยต้นแบบ เปิดตังคอลเลกชั่นผ้าไทยร่วมสมัย ในโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2562


(10 พ.ค. ๖๒ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ) กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ และแบรนด์ WISHARAWISH (วิชระวิชญ์) โดยมีนางสาวทัศชล เทพกำปนาท ที่ปรึกษากรมส่งเสริมวัฒนธรรม ประธานกล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม เห็นถึงความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย ในงานหัตถกรรมการทอผ้าของคนในชุมชน ที่เป็นการอนุรักษ์ สืบสาน และสร้างสรรค์ จึงได้ดำเนินงานโครงการพัฒนามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2562
พร้อมจัดงานแถลงข่าวการแสดงผลงานเครื่องแต่งกายผ้าไทยต้นแบบ ในครั้งนี้ เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้และชุมชนทางวัฒนธรรมและเพิ่มศักยภาพ การท่องเที่ยวผ่านมิติผ้าไทย รวมไปถึงส่งเสริมศิลปินพื้น
บ้านและเครือข่ายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของการทอผ้าไทย ได้เผยแพร่และถ่ายทอดองค์ความรู้ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม บนรากฐานของวัฒนธรรมในชุมชนให้อยู่คู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นการนำทุนทางวัฒนธรรมเรื่องผ้าไทยมาสร้างคุณค่าทางจิตใจและมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ นอกจากการพัฒนาชุมชน/กลุ่มที่ทอผ้าให้เป็นต้นแบบในเรื่องการทอผ้าแล้วยังมุ่งเน้นที่จะสร้างสรรค์ผลักดันนักออกแบบและผลงานเครื่องแต่งกายที่ตัดเย็บด้วยผ้าไทยให้เป็นที่ยอมรับในวงการแฟชั่นทั้งในระดับ ประเทศและต่างประเทศ

ภายในงานแถลงข่าวมีการสนทนาเกี่ยวกับผ้าไทยโดย นางสาวกิตติพร ใจบุญ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา กรมส่งเสริมวัฒนธรรม  นายวิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ WISHARAWISH และนายเอกสิทธิ์ โกมลกิตติพงศ์ เจ้าของอิมปานิ ผ้าขาวม้า จังหวัดราชบุรี โดยมี คุณบัว ภัทรสุดา
อนุมานราชธน เป็นพิธีกรดำเนินรายการ จากนั้นเป็นการแสดงแฟชั่นโชว์เปิดตัวคอลเลกชั่น “จากแดนไกลผ้าไทยร่วมสมัยล่าสุดของแบรนด์ “WISHARAWISH” ออกแบบรังสรรค์ผลงานโดย วิชระวิชญ์ อัครสันติสุข ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์ ซึ่งคอลเลกชั่นนี้ผ่านการออกแบบที่เน้นความเรียบง่ายแต่พิถีพิถันในรายละเอียดของเทคนิค หยิบยกเอาความงามและความละเมียดละไมของผืนผ้าไทยทอมือทั้งหลายเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งวัสดุหลักก็คือบรรดาผืนผ้าที่วิชระวิชญ์ได้เลือกใช้ถึง 7 ชนิด จากผู้ประกอบการท้องถิ่น 7 ท่าน จากมุมต่างๆ ของประเทศไทยที่เขาได้เดินทางไปร่วมงาน และได้ร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ร่วมกันออกมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดระยะเวลา
หลายปีที่ผ่านมาผ่านการสนับสนุนและความร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนและพัฒนาผ้าไทย โดยวิชระวิชญ์ กล่าวว่า
ผ้าเป็นของเรียบง่าย แต่ในความเรียบง่าย มันมีความ COMPLEXITY แล้วก็ SIMPLICITY เราอยากเอาของที่เป็นท้องถิ่น เข้ามาอยู่ในเมือง ไปสู่ความเป็นสากลจริงๆ เน้นไปที่เรื่อง TEXTILE และ MATERIAL ว่าทำยังไงจะให้เกิดมิติใหม่ๆ กับวงการผ้าไทย
วิชระวิชญ์เดินทางไปยังชุมชนในท้องที่ห่างไกลต่างๆ ของประเทศไทยครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อทำความรู้จักและทำความเข้าใจต่อมรดกทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย จนนำไปสู่ทิศทางในการอนุรักษ์ พัฒนา และต่อยอดภูมิปัญญางานฝีมือท้องถิ่นเหล่านี้ในมุมมองของเขา ผ่านการกระตุ้นเร้าให้เกิดความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสังคมและกระแสทางวัฒนธรรมในปัจจุบัน ด้วยการใช้สี คู่สี การปรับเปลี่ยนลวดลาย และการออกแบบที่ร่วมสมัย
ทั้งนี้การดำเนินงานโครงการฯ กรมส่งเสริมวัฒนธรรมได้ร่วมมือกับศูนย์บริการวิชาการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสาขาการบริหารและพัฒนาในเรื่องของผ้าไทยพื้นถิ่นที่สืบสานภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม รวมไปถึงการสรุปข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ และประเมินผล พิจารณาคัดเลือกและลงพื้นที่ชุมชน/กลุ่มที่ทอผ้า จำนวน 7 ชุมชน ใน 5 จังหวัดที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องการทอผ้า การออกแบบลายผ้า เส้นใยผ้า ตลอดจนวัสดุต่างๆ ที่นำมาใช้ทอผ้า เกิดกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นำไปสู่การต่อยอดที่เป็นประโยชน์ พัฒนาศักยภาพต่อยอดทางภูมิปัญญา ผนวกกับความคิดสร้างสรรค์ ได้แก่
- ผ้าขาวม้า อิมปานิ                                                      จังหวัดราชบุรี
- ผ้าฝ้ายทอมือ คอตตอน ฟาร์ม                                    จังหวัดเชียงใหม่
- บาติก เดอ นารา                                                        จังหวัดปัตตานี
- ผ้าฝ้ายย้อมสีธรรมชาติ จุฑาทิพย์                               จังหวัดขอนแก่น
- ไหมแต้มหมี่ สุภาณีไหมไทย                                     จังหวัดขอนแก่น
- ผ้าไหมย้อมสีธรรมชาติ กลุ่มหัตถกรรมคุ้มสุขโข      จังหวัดขอนแก่น
- ผ้าไหมยีนส์ เรือนไหมใบหม่อน                                จังหวัดสุรินทร์





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น