ปิดฉากยิ่งใหญ่อลังการ สมโภชพระอาราม ๑๙๑ ปี
วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
สะท้อนความสัมพันธ์อันเหนียวแน่น ๓ ศาสนา ๔ ความเชื่อ
ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับงาน สมโภชพระอาราม ๑๙๑ ปี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
ที่เกิดขึ้นจากการผสาน
ความร่วมมือกันระหว่าง มูลนิธิสิริวัฒนภักดี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
และ ชุมชนย่านกะดีจีน-คลองสาน ในการจัดงาน ต่อเนื่องเป็นปีที่ ๕ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมสักการะและเสริมความเป็นสิริมงคลตลอดปี
๒๕๖๒ ต้อนรับปีกุน ตลอดการจัดงาน ๓ วัน ๓ คืน ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้วยธีมงานแต่งกายด้วย “ผ้าขาวม้าไทย”
เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ความเป็นไทยสู่สากล
พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร กล่าวว่า “หลังจากที่วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร
ประสบความสำเร็จในการบูรณะปฏิสังขรณ์พระบรมธาตุมหาเจดีย์
จนได้รับรางวัลยอดเยี่ยม อันดับ ๑ หรือ Award of Excellence ด้านการอนุรักษ์
มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย และแปซิฟิก
จากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์
และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เมื่อปี ๒๕๕๗
ทางวัดจึงมีแนวคิดที่จะขยายความสำเร็จนี้ไปสู่ชุมชน โดยการจัดงานในครั้งนี้ ทางวัดยึดหลักพุทธภาษิตที่ว่า
“ปุราณํ นาภินนฺเทยฺย นเว ขนฺติ มกุพฺพเย ” “อย่าหลงของเก่าอย่าเมาของใหม่” ซึ่งหมายถึง อะไร ที่เป็นของเก่าอาจจะนำมาปรับแต่งใหม่
ได้บ้าง อย่าไปยึดติดเกินไป
และอย่าเมาของใหม่ คืออย่าไปทิ้งคุณค่าเดิมของชุมชนของวัดของศาสนา
แต่ให้นำมาผสมผสานให้เกิดสิ่งใหม่ที่ดีกว่า นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้จากความสำเร็จจากการได้รับรางวัลยูเนสโก
มาปรับใช้ในการจัดงาน ได้แก่ ข้อหนึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาบูรณะของเก่า
แต่ยังคงรักษาความเป็นของเก่าไว้ได้อย่างกลมกลืน
ข้อสองเมื่อเราได้บูรณะแล้ว
คุณค่าเดิมก็ยังอยู่
และข้อสามซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมอันดับหนึ่งก็คือการมีส่วนร่วมของชุมชน
เป็นความงดงามและความร่วมมือของย่านกะดีจีน
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขมาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีจนถึงปัจจุบัน
เพราะฉะนั้นในงานสมโภชนี้ เราจะได้เห็นความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการบริหารจัดการแบบที่เรียกว่า
บวร (บ้าน วัด โรงเรียน) โดยเฉพาะในเรื่องของศาสนสถาน ที่ไม่ได้มีแต่เพียงความบันเทิง
ในการจัดงานทุกครั้งจะมีหนึ่งวันให้พบกับผู้นำทางศาสนา ๓ ศาสนา ๔
ความเชื่อ
สะท้อนให้เห็นว่าต่างศาสนาแต่ก็อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข บรรพบุรุษของเราอยู่กันมาอย่างไร
๒๐๐ กว่าปีตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรีจนมาถึงวันนี้ จึงหวังว่าชุมชนเก่าแก่ที่สุดในกรุงเทพมหานครคือกะดีจีน-คลองสานจะได้รับการรักษาวัฒนธรรมและเป็นต้นแบบในการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนและสันติสุข
สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแต่ความคิดแต่เป็นผลปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมอย่างที่งานสมโภชนี้ได้แสดงให้ปรากฏ
ซึ่งต้องขอขอบคุณมูลนิธิสิริวัฒนภักดีที่ให้การสนับสนุนการจัดงานอย่างต่อเนื่องด้วยดีเสมอมา”
โดยภายในงานสมโภชพระอาราม
๑๙๑ ปี วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร จัดเต็มด้วยกิจกรรมมากมาย
ทั้งกิจกรรมเสริมสิริมงคลให้กับชีวิตและครอบครัวต้อนรับปีใหม่ ๒๕๖๒ สักการะพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธนาค พระพุทธธรรมวิเชษฐศาสดา พระพุทธนาคปรกพันปี
หลวงพ่อแขก และขรัวแก้ว และชมความงดงามพร้อมลอดพระบรมธาตุมหาเจดีย์หนึ่งเดียวของไทยที่คว้า
รางวัลยอดเยี่ยมระดับโลกจาก
UNESCO การเสวนา ๓ ศาสนา หัวข้อ “จิตอาสากับการพัฒนาย่าน
กะดีจีน” โดยพระพรหมบัณฑิตและผู้นำศาสนาต่าง
ๆ พร้อมชมมหรสพที่หาชมได้ยาก และการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม
ที่เป็นการแสดงจากความร่วมมือร่วมใจของชาวชุมชน การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง
การประกวดอาหาร ๓ ศาสน์ สนุกสนานกับรำวงมาตรฐานย้อนยุคในบรรยากาศงานวัดร่วมสมัย
และเพลิดเพลินกับเกมงานวัดอีกมากมาย พร้อมเที่ยวชมตลาดชุมชน
ชิมอาหารนานาชนิดของชาว “กะดีจีน-คลองสาน”
และร้านค้าประชารัฐรักสามัคคี กว่า ๙๑ ร้านค้า
และปิดท้ายความสวยงามด้วยพลุไฟสุดตระการตาสมการรอคอยงานยิ่งใหญ่ประจำปี




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น