บ้านศาลาดิน
วิถีชุมชน คนมหาสวัสดิ์
บ้านศาลาดิน บ้านฉันชื่อ
"ศาลาดิน" หลังจากใน พ.ศ. 2403 เมื่อมีการขุดคลองมหาสวัสดีเสร็จสิ้น
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทรงมีพระราชประสงค์ให้ทำการ
สร้างศาลา เพื่อสาธารณประโยชน์ริมคลองขุดมหาสวัสดิ์ทุกระยะ
4 กิโลเมตร เป็นจำนวนทั้งหมด 7 ศาลา สำหรับศาลาหลัง
สุดท้ายตั้งอยู่ในพื้นที่ของ
หมู่ที่ 3 ตำบลมหาสวัสดิ์ เรียกกันว่า ศาลาดิน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของชื่อ
"ศาลาดิน" จนปัจจุบัน
แต่ดั้งเดิมชาวบ้านในชุมชนศาลาดิน มีอาชีพทำนาเพียงปีละครั้ง
ทำให้ชาวบ้านในชุมชนเกิดความยากจน และต้องขายที่ทำกินของตน
เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทราบถึงปัญหาดังกล่าว
จึงได้ทำการพระราชทานที่ดินส่วนพระองค์ให้แก่เกษตรกร จำนวน 1,009 ไร่
โดยมีสำนักงานปฏิรูปที่ดินเป็นผู้ดูแลและทำการจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกร แปลงละ 20
ไร่ และเริ่มเข้าทำกินได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2520
พร้อมกับได้พระราชทานแนวทางการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ส่งผลให้คนภายในชุมชน
มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นกว่าเดิม
ข้าวตัง การบูรณาการเพื่อการดำเนินชีวิตบนพื้นฐานของหลักเศรษฐกิจพอเพียง
จนทำให้เกิดภูมิปัญญาไทยอันเลื่องชื่อ "ข้าวตัง"
ที่ถูก
พัฒนาได้อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสร้างสรรค์อัตลักษณ์ที่แตกต่างอย่างยั่งยืนในยุคโลกาภิวัฒน์
พร้อมแบ่งปันประสบการณ์การเรียนรู้กับจุดเรียนรู้ วิถีชุมชนที่จะทำให้คุณได้ย้อนไปในวันวานกับรูปแบบการดำเนินวิถีชีวิตริมคลองขุด
ภายใต้การน้อมนำเอาแนวคิดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้หล่อเลี้ยงชุมชนบนพื้นที่ทำกินพระราชทาน
พร้อมชมการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
นาบัว
พื้นที่ปลูกบัวสัตตบงกช สถานที่ที่ดอกบัวถูกเลือกเฟ้นและเก็บเกี่ยวในยามรุ่งสาง
เพื่อความเป็นที่สุดในการบูชาพระตามความเชื่อของชาวพุทธ
ท่ามกลางบรรยากาศศาลากลางน้ำบนนาบัว ที่มีฝูงปลาน้อยใหญ่กำลังแหวกว่าย
ช่วยสร้างบรรยากาศอันร่มรื่นพร้อมลมพัดโชยเบาๆ
ผสมผสานกับวิวทิวทัศน์ของดอกบัวสัตตบงกชสีชมพูงามเด่น ส่งกลิ่นไอความหอมเย็น
ช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียด
บ้านฟักข้าว
เยี่ยมชมสวนฟักข้าวอันร่มรื่นริมคลองมหาสวัสดิ์
และลองลิ้มชิมรสกับผลิตภัณฑ์จากฟักข้าว
อาทิ น้ำฟักข้าว คุกกี้ฟักข้าว หมี่กรอบฟักข้าว นอกจากนี้ในวันเสาร์-อาทิตย์
ยังจะได้ชิมก๋วยเตี๋ยวฟักข้าวสูตรพิเศษอีกด้วย
นากล้วยไม้
กล้วยไม้หลากสีสันภายในพื้นที่เพาะปลูกแบบธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งแหล่งผลิตกล้วยไม้ส่งออกที่สำคัญของประเทศไทยในปัจจุบัน
โดดเด่นสะดุดตาด้วยกล้วยไม้สีม่วงสด "พันธุ์ทัศนีย์"
เอกลักษณ์อันล้ำค่าหนึ่งเดียวของชาวมหาสวัสดิ์
สวนผลไม้และนาข้าว เรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวไร่ผ่านการเยี่ยมชมและสูดอากาศบริสุทธิ์บนรถอีแต๋นอีกเอกลักษณ์หนึ่งของชาวสวนไทย
พร้อมชมวิวทุ่งนาแบบ 360 องศา
ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของทุ่งนาได้อย่างใกล้ชิดและยังได้ลิ้มรสผลไม้จากสวน
ที่มีให้ทานอย่างหลากหลายตลอดทั้งปี
ตลาดน้ำบ้านศาลาดิน
พื้นที่ค้าขายสินค้าจากเกษตรกรและสินค้าขึ้นชื่อของจังหวัดนครปฐม ให้คุณได้ฝากท้องไว้
เมื่อยามที่หิวได้
สบายๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติริมคลองขุดมหาสวัสดิ์ พร้อมกลิ่นไอของวิถีชีวิตชุมชน
ทุกวันเสาร์-อาทิตย์
คลองขุดแห่งศรัทธากับศาสตร์พระราชาเพื่อความยั่งยืน
คลองมหาสวัสดี หรือ คลองมหาสวัสดิ์
เป็นคลองขุดที่เริ่มจากคลองบางกอกน้อยไหลผ่านเป็นเส้นแบ่งเขตระหว่างอำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
กับพื้นที่เขตตลิ่งชัน และเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ
ผ่านมายังอำเภอพุทธมณฑลไหลออกสู่แม่น้ำท่าจีน
คลองมหาสวัสดิ์
เริ่มขุดขึ้นในวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2402
โดยเกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4
รวมความยาวของคลองทั้งสิ้น 28 กิโลเมตร
โดยพระองค์ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี
และภาษีสมบัติบริบูรณ์ เป็นแม่กองการจ้างแรงงาน
ชาวจีน
เพื่อขุดคลองสำหรับใช้เป็นเส้นทางหลักในการเสด็จพระราชดำเนินไปพระปฐมเจดีย์และเป็นคลองเปิดพื้นที่ให้เป็นนา
สำหรับแจกพระเจ้าลูกยาเธอ ในส่วนของแรงงานที่มาขุดส่วนใหญ่ที่เป็นคนจีนนั้นได้มีการอพยพมาจากประเทศจีน
ซึ่งในขณะนั้นประเทศจีนถูกปกครองโดยราชวงศ์แมนจู
คนจีนจึงถูกกดดันต้องเดินทางออกนอกประเทศเป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงกับในสมัยรัชกาลที่ 3
พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้คนจีนเข้าประเทศไทยได้โดยเก็บภาษีคนต่างด้าว
ผู้ที่เสียภาษีแล้วจะมีการ "ผูกบี้" ไว้ที่มือ จากนั้นก็สามารถเดินทางไปรับจ้างงานได้ทั่วราชอาณาจักรและกลายเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศในระยะนั้น
ครั้นขุดแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1
พฤษภาคม พ.ศ. 2403 ถือเป็นคลองขุดที่มีความกว้างที่สุดในสมัยนั้น คือกว้าง 14 เมตร
ใช้เงินในการขุดคลองจำนวนทั้งสิ้น 1,101 ชั่ง 10 ตำลึง
นอกจากนี้พระองค์ยังได้ทรงพระราชทานนามให้กับคลองสายนี้ว่า "มหาสวัสดี"
โดยเชื่อกันว่าความสวัสดีอันเป็นที่มาของคลองแห่งนี้ น่าจะมีความหมายถึงความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจของสยามประเทศในยุคสมัยนั้น
รวมถึงความสุขสวัสดี อันเกิดจากการที่ประชาชนได้ใช้คลองแห่งนี้เป็นเส้นทางลัด ไปสู่การนมัสการพระปฐมเจดีย์ได้
เมื่อขุดคลองแล้วเสร็จนั้น รัชกาลที่ 4
พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระยาทิพากรวงศ์
สร้างศาลาสำหรับประชาชนพักเป็นระยะไปริม
คลองทุก 100 เส้น รวมทั้งหมด 7 ศาลา
ปัจจุบันคลองขุดสายนี้ยังคงเป็นเส้นทางสัญจรของชาวบ้านและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
อัตราค่าบริการล่องเรือชมสวน
เปิดบริการเวลา 08.00-17.00 น. , ค่าเรือ 350 บาท/1 ลำ ,
ค่าหัว 100 บาท/คน , เรือ 1 ลำนั่งได้ 6 คน ,
ค่าบริการเพิ่มเติมในกรณีนั่งรถอีแต๋นเที่ยวละ 100 บาท นั่งได้ 10
คน
สามารถลงเรือชมสวนได้ที่จุดบริการนักท่องเที่ยว
ณ วัดสุวรรณาราม และตลาดน้ำบ้านศาลาดิน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณวันชัย
สวัสดิ์แดง โทร.081- 4986340, และคุณวันเพ็ญ นรารอด โทร. 083-0004371





















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น